บทสนทนาไทย

ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน ใช้จริงในชีวิตประจำวัน

ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน
Written by admin

การเริ่มเรียนภาษาไทยอาจดูยากในตอนแรก แต่จริง ๆ แล้ว หากเริ่มจากประโยคพื้นฐานที่ใช้ในชีวิตประจำวัน คุณจะสามารถพัฒนาทักษะการสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว บทความนี้ได้รวบรวม ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน ที่ใช้ง่าย เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้ทันที ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เรียนใหม่ นักท่องเที่ยว หรือผู้ที่ต้องการสื่อสารกับคนไทยในสถานการณ์ต่าง ๆ การเรียนรู้ประโยคเหล่านี้จะช่วยให้คุณรู้สึกมั่นใจมากขึ้นและสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

บทความนี้ออกแบบมาให้ อ่านง่าย, เป็นกันเอง, และ เป็นประโยชน์จริง เพื่อให้คุณสามารถนำภาษาไทยไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยคทักทายพื้นฐาน (Basic Greetings)

1. สวัสดี (Hello / Hi)

คำทักทายสากลของคนไทย ใช้ได้ตลอดทั้งวัน

  • เติมคำว่า ครับ (ผู้ชาย) / ค่ะ (ผู้หญิง) เพื่อให้สุภาพ
    ตัวอย่าง:
  • สวัสดีครับ
  • สวัสดีค่ะ

2. สบายดีไหม (How are you?)

ใช้ถามความเป็นอยู่ของอีกฝ่าย
ตัวอย่าง:

  • สบายดีไหมครับ?
  • วันนี้เป็นยังไงบ้าง?

3. ฉันสบายดี ขอบคุณ (I’m fine, thank you)

ประโยคตอบกลับเมื่อมีคนถาม “สบายดีไหม”
ตัวอย่าง:

  • ฉันสบายดี ขอบคุณค่ะ
  • ผมสบายดีครับ ขอบคุณครับ

4. แล้วคุณล่ะ (And you?)

ใช้ถามกลับอย่างสุภาพหลังจากตอบคำถามของอีกฝ่าย
ตัวอย่าง:

  • แล้วคุณล่ะครับ?
  • แล้วคุณล่ะค่ะ?

5. ยินดีที่ได้รู้จัก (Nice to meet you)

ใช้เมื่อพบกันครั้งแรก
ตัวอย่าง:

  • ยินดีที่ได้รู้จักครับ
  • ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

6. เจอกันใหม่ (See you again)

ประโยคบอกลาที่ฟังดูเป็นกันเอง
ตัวอย่าง:

  • เจอกันใหม่ครับ
  • เจอกันใหม่ค่ะ

7. คำทักทายตามช่วงเวลา (Time-Specific Greetings)

แม้คนไทยจะใช้ “สวัสดี” ได้ตลอดวัน แต่ผู้เรียนสามารถใช้คำทักทายเฉพาะเวลาได้

  • สวัสดีตอนเช้า (Good morning)
  • สวัสดีตอนบ่าย (Good afternoon)
  • สวัสดีตอนเย็น (Good evening)

ตัวอย่างบทสนทนาสั้น ๆ (Simple Dialogue)

A: สวัสดีครับ
B: สวัสดีค่ะ
A: สบายดีไหมครับ?
B: สบายดีค่ะ ขอบคุณค่ะ แล้วคุณล่ะ?
A: ผมสบายดีครับ
B: ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

you may also like to read these posts;

พื้นฐานภาษาไทยสำหรับผู้เริ่มต้น: เคล็ดลับเรียนรู้ใน 7 วัน

ไวยากรณ์ไทยเบื้องต้น: เรียนรู้เร็ว เข้าใจง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น

คำศัพท์ไทยใช้บ่อย ที่คุณควรรู้ ใช้ได้ทุกวัน!

โครงสร้างประโยคภาษาไทย เข้าใจง่ายในไม่กี่นาที

การออกเสียงภาษาไทยง่ายๆ สำหรับผู้เริ่มต้น

ประโยคใช้ในชีวิตประจำวัน (Everyday Conversation)

1. คุณชื่ออะไร (What is your name?)

ใช้ถามชื่ออีกฝ่าย
ตัวอย่าง:

  • คุณชื่ออะไรครับ?
  • คุณชื่ออะไรคะ?

2. ฉันชื่อ… (My name is…)

ใช้แนะนำตัวเอง
ตัวอย่าง:

  • ฉันชื่อ มินะ
  • ผมชื่อ อเล็กซ์

3. คุณมาจากประเทศอะไร (Where are you from?)

ใช้ถามแหล่งที่มาหรือสัญชาติ
ตัวอย่าง:

  • คุณมาจากประเทศอะไรครับ?
  • คุณมาจากประเทศอะไรคะ?

4. ฉันมาจาก… (I come from…)

ใช้ตอบว่าคุณมาจากประเทศใด
ตัวอย่าง:

  • ฉันมาจากอังกฤษ
  • ผมมาจากญี่ปุ่น

5. คุณทำงานอะไร (What do you do?)

ใช้ถามอาชีพของอีกฝ่าย
ตัวอย่าง:

  • คุณทำงานอะไรครับ?
  • คุณทำงานอะไรคะ?

6. ฉันเป็น… / ฉันทำงานเป็น… (I am… / I work as…)

ใช้ตอบคำถามเกี่ยวกับอาชีพ
ตัวอย่าง:

  • ฉันเป็นนักเรียน
  • ผมทำงานเป็นวิศวกร

7. คุณอยู่ที่ไหน (Where do you live?)

ใช้ถามที่อยู่อาศัย
ตัวอย่าง:

  • คุณอยู่ที่ไหนครับ?
  • คุณอยู่ที่ไหนคะ?

8. ฉันอยู่ที่… (I live in…)

ใช้บอกสถานที่ที่อาศัยอยู่
ตัวอย่าง:

  • ฉันอยู่ที่กรุงเทพฯ
  • ผมอยู่ที่เชียงใหม่

9. วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง (How is your day?)

ใช้ถามสารทุกข์สุขดิบทั่วไป
ตัวอย่าง:

  • วันนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ?
  • วันนี้เป็นยังไงบ้างคะ?

10. วันนี้ฉันยุ่งมาก (I’m very busy today)

ใช้บรรยายสภาพวันของตนเอง
ตัวอย่าง:

  • วันนี้ฉันยุ่งมากเลย
  • วันนี้งานเยอะมาก

11. คุณกินข้าวหรือยัง (Have you eaten?)

เป็นประโยคที่คนไทยใช้บ่อย ใช้แทนการถามสารทุกข์ หรือชวนคุย
ตัวอย่าง:

  • คุณกินข้าวหรือยังครับ?
  • คุณกินข้าวหรือยังคะ?

12. ฉันกินแล้ว / ยังไม่ได้กิน (I have eaten / I haven’t eaten)

ตอบกลับประโยค “คุณกินข้าวหรือยัง”
ตัวอย่าง:

  • ฉันกินแล้วค่ะ
  • ผมยังไม่ได้กินครับ

13. คุณชอบอะไร (What do you like?)

ใช้ในการทำความรู้จักกัน
ตัวอย่าง:

  • คุณชอบอะไรครับ?
  • คุณชอบทำอะไรคะ?

14. ฉันชอบ… (I like…)

ใช้ตอบคำถามเกี่ยวกับความชอบ
ตัวอย่าง:

  • ฉันชอบฟังเพลง
  • ผมชอบเที่ยวทะเล

15. คุณมีพี่น้องไหม (Do you have siblings?)

ใช้ถามเกี่ยวกับครอบครัว
ตัวอย่าง:

  • คุณมีพี่น้องไหมครับ?
  • คุณมีพี่น้องไหมคะ?

16. ฉันมีพี่หนึ่งคน / ไม่มีพี่น้อง (I have one older sibling / I don’t have siblings)

ใช้ตอบคำถามเรื่องครอบครัว
ตัวอย่าง:

  • ฉันมีพี่สาวหนึ่งคน
  • ผมไม่มีพี่น้อง

17. คุณว่างไหม (Are you free?)

ใช้ถามว่ามีเวลาว่างหรือไม่
ตัวอย่าง:

  • คุณว่างไหมครับ?
  • คุณว่างไหมคะ?

18. ฉันว่าง / ฉันไม่ว่าง (I’m free / I’m not free)

ตอบคำถามเรื่องเวลาว่าง
ตัวอย่าง:

  • วันนี้ฉันว่างค่ะ
  • ตอนนี้ผมไม่ว่างครับ

19. ไปด้วยกันไหม (Would you like to join?)

ใช้ชวนทำกิจกรรมต่าง ๆ
ตัวอย่าง:

  • ไปด้วยกันไหมครับ?
  • ไปด้วยกันไหมคะ?

20. ได้ / ไม่ได้ (Yes / No)

คำตอบสั้น ๆ แต่ใช้บ่อยมาก
ตัวอย่าง:

  • ได้ครับ
  • ไม่ได้ค่ะ

ตัวอย่างบทสนทนาเพิ่มเติม (Extra Simple Dialogue)

A: วันนี้เป็นยังไงบ้างครับ?
B: วันนี้ยุ่งนิดหน่อยค่ะ
A: คุณกินข้าวหรือยังครับ?
B: ยังไม่ได้กินค่ะ คุณล่ะ?
A: ผมกินแล้วครับ

ประโยคขอความช่วยเหลือ (Asking for Help)

1. ช่วยด้วย (Help!)

ประโยคสั้น ใช้เมื่อคุณต้องการความช่วยเหลือทันที

2. ช่วยฉันหน่อยได้ไหม (Can you help me?)

ใช้ขอความช่วยเหลือแบบสุภาพ
ตัวอย่าง:

  • ช่วยฉันหน่อยได้ไหมครับ?
  • ช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ?

3. ฉันต้องการความช่วยเหลือ (I need help)

ใช้เมื่อมีปัญหาและต้องการให้คนเข้าใจสถานการณ์

4. ฉันไม่เข้าใจ (I don’t understand)

ใช้บ่อยมากเมื่อฟังภาษาไทยแล้วยังไม่รู้ความหมาย

5. พูดอีกครั้งได้ไหม (Can you say it again?)

ใช้ขอให้พูดซ้ำ
ตัวอย่าง:

  • พูดอีกครั้งได้ไหมครับ?
  • พูดอีกครั้งได้ไหมคะ?

6. ช่วยพูดช้าหน่อย (Please speak slowly)

เหมาะสำหรับผู้เรียนภาษาไทยที่ยังฟังได้ไม่เร็ว

7. แปลให้ฉันหน่อยได้ไหม (Can you translate for me?)

ขอให้ช่วยแปลคำหรือประโยค
ตัวอย่าง:

  • แปลให้ฉันหน่อยได้ไหมครับ?
  • แปลให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ?

8. ช่วยบอกทางหน่อย (Can you tell me the way?)

ใช้เมื่อหลงทางหรือหาสถานที่ไม่เจอ

9. ตรงนี้คือที่ไหน(Where am I?)

ใช้เมื่อไม่รู้ตำแหน่งที่อยู่

10. โทรหา… ให้ฉันหน่อยได้ไหม (Can you call … for me?)

ใช้เมื่อต้องการติดต่อใครสักคน
ตัวอย่าง:

  • โทรหาเพื่อนให้ฉันหน่อยได้ไหมครับ?
  • โทรหาแท็กซี่ให้หน่อยได้ไหมคะ?

11. ฉันหลงทาง (I am lost)

ใช้เมื่อคุณไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

12. ช่วยเรียกรถแท็กซี่ / รถโดยสารให้หน่อยได้ไหม (Can you call a taxi / bus for me?)

ใช้เมื่อคุณต้องการเดินทางแต่ไม่สามารถติดต่อได้ด้วยตัวเอง
ตัวอย่าง:

  • ช่วยเรียกรถแท็กซี่ให้หน่อยได้ไหมครับ?
  • ช่วยเรียกรถโดยสารให้หน่อยได้ไหมคะ?

13. ฉันป่วย / ฉันเจ็บป่วย (I am sick / I am hurt)

ใช้แจ้งอาการเมื่ออยู่ที่โรงพยาบาลหรือขอความช่วยเหลือทางการแพทย์

14. ฉันต้องการพบแพทย์ (I need to see a doctor)

ประโยคสำคัญสำหรับผู้ที่เดินทางหรืออยู่นอกบ้าน

15. โทรแจ้งตำรวจให้หน่อยได้ไหม (Can you call the police?)

ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

16. ช่วยหยุดตรงนี้หน่อยได้ไหม (Please stop here)

ใช้ในแท็กซี่หรือรถโดยสาร

17. ฉันต้องการน้ำ / อาหาร (I need water / food)

ประโยคพื้นฐานสำหรับความต้องการเร่งด่วน

18. ช่วยแนะนำฉันหน่อยได้ไหม (Can you give me guidance?)

ใช้ถามเส้นทางหรือวิธีการทำสิ่งต่าง ๆ
ตัวอย่าง:

  • ช่วยแนะนำฉันไปสนามบินหน่อยได้ไหมครับ?
  • ช่วยแนะนำฉันไปโรงแรมนี้หน่อยได้ไหมคะ?

19. ฉันทำของหาย / สูญหาย (I lost something)

ใช้แจ้งความหรือขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
ตัวอย่าง:

  • ฉันทำกระเป๋าเงินหายครับ
  • ฉันทำโทรศัพท์มือถือหายค่ะ

20. คุณช่วยถ่ายรูปให้ฉันหน่อยได้ไหม (Can you take a photo for me?)

ใช้ในสถานการณ์ท่องเที่ยว

ตัวอย่างบทสนทนาสั้น ๆ (Extra Simple Dialogue)

A: ขอโทษครับ ช่วยฉันหน่อยได้ไหมครับ?
B: ได้ค่ะ ต้องการอะไรคะ?
A: ฉันหลงทาง ช่วยบอกทางไปสถานีรถไฟหน่อยได้ไหมครับ?
B: ได้ค่ะ เดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวาที่สี่แยก
A: ขอบคุณมากครับ

ประโยคใช้ในร้านอาหาร (Thai Sentences for Restaurants)

ประโยคใช้ในร้านอาหาร

1. ขอเมนูหน่อยครับ/ค่ะ (Can I have the menu?)

ใช้ขอเมนูอาหารเมื่อเข้าไปในร้าน
ตัวอย่าง:

  • ขอเมนูหน่อยครับ
  • ขอเมนูหน่อยค่ะ

2. ขออันนี้หนึ่งที่ครับ/ค่ะ (I’ll take this one)

ใช้สั่งอาหารจากเมนู
ตัวอย่าง:

  • ขออันนี้หนึ่งที่ครับ
  • ขออันนี้หนึ่งที่ค่ะ

3. เผ็ดน้อยหน่อยได้ไหม (Less spicy, please)

ใช้ขอปรับรสชาติให้อ่อนลงตามความชอบ
ตัวอย่าง:

  • เผ็ดน้อยหน่อยครับ
  • เผ็ดน้อยหน่อยค่ะ

4. อร่อยมาก (Very delicious)

ใช้ชมอาหารหลังชิม

5. ขอน้ำดื่มหน่อยครับ/ค่ะ (Can I have some water?)

ใช้ขอเครื่องดื่ม
ตัวอย่าง:

  • ขอน้ำดื่มหน่อยครับ
  • ขอน้ำดื่มหน่อยค่ะ

6. คิดเงินด้วยครับ/ค่ะ(Check please)

ใช้ตอนต้องการจ่ายเงิน
ตัวอย่าง:

  • คิดเงินด้วยครับ
  • คิดเงินด้วยค่ะ

7. มีอาหารมังสวิรัติไหม (Do you have vegetarian food?)

ใช้ถามเมนูอาหารพิเศษ

8. ขออีกนิดได้ไหม (Can I have a little more?)

ใช้ขอเติมอาหารหรือเครื่องเคียง

9. นี่สำหรับฉัน / สำหรับเราครับ/ค่ะ (This is for me / for us)

ใช้บอกพนักงานเกี่ยวกับออเดอร์

10. คุณช่วยแนะนำเมนูที่อร่อยที่สุดได้ไหม (Can you recommend the best dish?)

ใช้ถามพนักงานร้านอาหารเพื่อแนะนำอาหาร
ตัวอย่าง:

  • คุณช่วยแนะนำเมนูที่อร่อยที่สุดได้ไหมครับ
  • คุณช่วยแนะนำเมนูที่อร่อยที่สุดได้ไหมคะ

11. มีน้ำแข็งไหมครับ/ค่ะ (Do you have ice?)

ใช้ถามว่ามีน้ำแข็งสำหรับเครื่องดื่มหรือไม่
ตัวอย่าง:

  • มีน้ำแข็งไหมครับ
  • มีน้ำแข็งไหมคะ

12. ขอช้อนส้อม / ตะเกียบหน่อยครับ/ค่ะ (Can I have a spoon/fork/chopsticks?)

ใช้ขออุปกรณ์สำหรับทานอาหาร
ตัวอย่าง:

  • ขอช้อนส้อมหน่อยครับ
  • ขอช้อนส้อมหน่อยค่ะ

13. อาหารพร้อมหรือยัง (Is the food ready?)

ใช้ถามเมื่อรออาหาร

14. อาหารเย็น / อุ่นแล้วไหมครับ/ค่ะ (Is the food cold / warm?)

ใช้ถามเรื่องอุณหภูมิอาหาร

15. ขอสั่งเพิ่มหน่อยครับ/ค่ะ (Can I order more?)

ใช้เมื่ออยากสั่งอาหารเพิ่มเติม
ตัวอย่าง:

  • ขอสั่งเพิ่มหน่อยครับ
  • ขอสั่งเพิ่มหน่อยค่ะ

16. ขอซอส / น้ำจิ้มหน่อยครับ/ค่ะ (Can I have some sauce?)

ใช้ขอซอสหรือน้ำจิ้มเพิ่มเติม

17. อาหารนี้มีอะไรบ้าง (What’s in this dish?)

ใช้ถามส่วนประกอบอาหาร
ตัวอย่าง:

  • อาหารนี้มีอะไรบ้างครับ
  • อาหารนี้มีอะไรบ้างคะ

18. อาหารนี้เผ็ดไหม (Is this dish spicy?)

ใช้ถามระดับความเผ็ด

19. ขอห่อกลับหน่อยครับ/ค่ะ (Can I have this to-go?)

ใช้เวลาสั่งอาหารกลับบ้าน

20. ขอเปลี่ยนโต๊ะได้ไหม (Can I change the table?)

ใช้เมื่ออยากนั่งโต๊ะอื่น ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน

21. คุณมีเมนูเด็กไหม (Do you have a kids menu?)

ใช้ถามอาหารสำหรับเด็ก ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน

22. ขออาหารสำหรับสองคน / หนึ่งคนครับ/ค่ะ (Can I have food for two / one person?)

ใช้ระบุจำนวนผู้รับประทาน

23. นี่สำหรับฉัน / สำหรับเพื่อนครับ/ค่ะ (This is for me / for my friend)

ใช้บอกพนักงานเกี่ยวกับออเดอร์

24. ขอแยกบิลได้ไหมครับ/ค่ะ (Can we have separate bills?)

ใช้เวลาจ่ายเงินหลายคน

25. อาหารมาแล้วครับ/ค่ะ (The food is here)

ใช้เมื่ออาหารถูกเสิร์ฟ

ตัวอย่างบทสนทนาขยาย ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน (Expanded Dialogue)

A: สวัสดีครับ ขอเมนูหน่อยครับ
B: ได้ค่ะ นี่เมนูของเราครับ
A: ขอนี่หนึ่งที่ครับ เผ็ดน้อยหน่อย
B: ได้ค่ะ แล้วคุณอยากดื่มอะไรไหมคะ
A: ขอน้ำดื่มด้วยครับ และขอซอสหน่อยครับ
B: ได้เลยค่ะ
A: ขอสั่งเพิ่มอีกหนึ่งจานได้ไหมครับ
B: ได้ค่ะ แล้วคุณต้องการห่อกลับหรือไม่คะ
A: ขอห่อกลับหน่อยครับ
B: ได้ค่ะ

ประโยคสำหรับการเดินทาง (Travel & Directions)

ประโยคสำหรับการเดินทาง

1. ไป…อย่างไร (How do I get to…?)

ใช้ถามเส้นทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ
ตัวอย่าง:

  • ไปสนามบินอย่างไรครับ?
  • ไปโรงแรมนี้อย่างไรคะ?

2. อยู่ไกลไหม (Is it far?)

ใช้ถามระยะทางหรือความไกลของสถานที่
ตัวอย่าง:

  • ตลาดอยู่ไกลไหมครับ?
  • ร้านอาหารอยู่ไกลไหมคะ?

3. ตรงไป / เลี้ยวซ้าย / เลี้ยวขวา ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน (Go straight / Turn left / Turn right)

ใช้บอกทิศทางหรือฟังคำแนะนำ
ตัวอย่าง:

  • เดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายครับ ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน
  • เลี้ยวขวาที่สี่แยกค่ะ ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน

4. ที่นี่อยู่ตรงไหน (Where is this place?)

ใช้ถามตำแหน่งของสถานที่
ตัวอย่าง:

  • โรงพยาบาลอยู่ตรงไหนครับ?
  • ป้ายรถเมล์อยู่ตรงไหนคะ?

5. ใกล้ / ไกลประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน (Near / Far)

ใช้ถามความใกล้ไกลของสถานที่
ตัวอย่าง:

  • สถานีรถไฟใกล้ไหมครับ?
  • ร้านกาแฟไกลไหมคะ?

6. รถเมล์ / รถไฟ / แท็กซี่ไป…เท่าไหร่ ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน (How much to … by bus/train/taxi?)

ใช้ถามค่าเดินทาง
ตัวอย่าง:

  • แท็กซี่ไปสนามบินเท่าไหร่ครับ?
  • รถเมล์ไปสถานีรถไฟราคาเท่าไหร่คะ?

7. ฉันต้องลงป้ายไหน (Which stop should I get off?)

ใช้ถามป้ายลงของรถโดยสาร
ตัวอย่าง:

  • ฉันต้องลงป้ายไหนครับ?
  • ต้องลงป้ายไหนคะ?

8. คุณช่วยเรียกรถแท็กซี่ให้หน่อยได้ไหม (Can you call a taxi for me?)

ใช้ขอความช่วยเหลือในการเรียกรถ
ตัวอย่าง:

  • ช่วยเรียกรถแท็กซี่ให้หน่อยได้ไหมครับ?
  • ช่วยเรียกรถแท็กซี่ให้หน่อยได้ไหมคะ?

9. ถนนนี้ไป…ได้ไหม (Does this road go to…?)

ใช้ถามเกี่ยวกับเส้นทาง
ตัวอย่าง:

  • ถนนนี้ไปสนามบินได้ไหมครับ?
  • ถนนนี้ไปโรงแรมได้ไหมคะ?

10. ช้าหน่อย / เร็วหน่อย (Slow / Fast)

ใช้ขอให้คนขับรถปรับความเร็ว

11. แผนที่อยู่ที่ไหน (Where is the map?)

ใช้ถามตำแหน่งแผนที่หรือป้ายบอกทาง

12. ฉันหลงทาง (I am lost)

ใช้เมื่อไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

13. ทางลัดไป…มีไหม (Is there a shortcut to…?)

ใช้ถามเส้นทางลัด

14. ใกล้สถานีรถไฟ / สนามบินไหม (Is it near the train station / airport?)

ใช้ถามความใกล้ของสถานที่สำคัญ

15. ฉันต้องเดินไปหรือขึ้นรถ (Do I need to walk or take a vehicle?)

ใช้ถามวิธีการไปสถานที่

16. ฉันต้องไป…วันนี้ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน (I need to go to… today)

ใช้บอกจุดหมายปลายทาง
ตัวอย่าง:

  • ฉันต้องไปสถานีรถไฟวันนี้ครับ
  • ฉันต้องไปโรงแรมนี้วันนี้คะ

17. คุณช่วยเขียนทางให้ฉันหน่อยได้ไหม ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน (Can you write the directions for me?)

ใช้ขอความช่วยเหลือสำหรับอ่านแผนที่หรือเส้นทาง

18. รถเมล์สายไหนไป… (Which bus goes to…?)

ใช้ถามหมายเลขหรือเส้นทางของรถโดยสาร
ตัวอย่าง:

  • รถเมล์สายไหนไปสนามบินครับ?
  • รถเมล์สายไหนไปห้างนี้คะ?

19. คุณช่วยพาฉันไป…ได้ไหมประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน (Can you take me to…?)

ใช้ขอให้คนขับรถหรือคนรู้ทางพาไป
ตัวอย่าง:

  • คุณช่วยพาฉันไปสนามบินได้ไหมครับ?
  • คุณช่วยพาฉันไปโรงแรมได้ไหมคะ?

20. ที่จอดรถอยู่ที่ไหน (Where is the parking?)

ใช้ถามที่จอดรถในเมืองหรือห้างสรรพสินค้า

21. ฉันต้องซื้อตั๋วที่ไหน (Where can I buy a ticket?)

ใช้ถามสถานที่ซื้อบัตรสำหรับรถไฟ รถเมล์ หรือเรือ
ตัวอย่าง:

  • ฉันต้องซื้อตั๋วรถไฟที่ไหนครับ?
  • ต้องซื้อตั๋วเรือที่ไหนคะ?

22. ฉันต้องเปลี่ยนรถที่ไหนประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน (Where should I transfer?)

ใช้ถามเวลาต้องเปลี่ยนสายรถไฟหรือรถเมล์

23. นี่ใกล้สถานีรถไฟ/ป้ายรถเมล์ไหม (Is this near the station/bus stop?)

ใช้ถามความใกล้สถานีหรือป้ายรถเมล์

24. คุณช่วยเรียกแท็กซี่/มอเตอร์ไซค์ให้หน่อยได้ไหม (Can you call a taxi/motorbike for me?)

ใช้ขอความช่วยเหลือในการเดินทางแบบรวดเร็ว

25. ขึ้นรถที่ไหนประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน (Where do I get on the vehicle?)

ใช้ถามจุดขึ้นรถ

26. รถออกกี่โมง (What time does the bus/train leave?)

ใช้ถามเวลารถออก

27. รถถึงกี่โมง ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน (What time does the bus/train arrive?)

ใช้ถามเวลาถึงปลายทาง

28. ทางไปสนามบินไกลไหม (Is the airport far?)

ใช้ถามระยะทาง

29. ฉันต้องเดินเท่าไหร่ ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน (How far do I need to walk?)

ใช้ถามระยะทางเดิน

30. คุณช่วยบอกทางไป…ที (Can you show me the way to…?)

ใช้ขอให้ชี้เส้นทาง

ตัวอย่างบทสนทนาขยาย (Expanded Dialogue)

A: ขอโทษครับ รถเมล์สายไหนไปสนามบินครับ?
B: สาย 556 ครับ ขึ้นตรงป้ายนี้
A: รถออกกี่โมงครับ?
B: อีก 10 นาทีครับ
A: ขอบคุณมากครับ แล้วฉันต้องลงป้ายไหนครับ?
B: ลงที่ป้ายหน้าอาคารสนามบินครับ

ประโยคสุภาพที่ควรรู้ (Essential Polite Expressions)

1. ครับ / ค่ะ (Polite particles)

คำลงท้ายที่ทำให้ประโยคสุภาพ
ตัวอย่าง:

  • ขอบคุณครับ / ขอบคุณค่ะ
  • ใช่ครับ / ใช่ค่ะ

2. ขอบคุณประ โยคสนทนาไทยพื้นฐาน (Thank you)

ใช้แสดงความขอบคุณ
ตัวอย่าง:

  • ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือครับ
  • ขอบคุณมากค่ะ

3. ขอโทษ ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน (Sorry / Excuse me)

ใช้ขอโทษหรือเรียกความสนใจ
ตัวอย่าง:

  • ขอโทษครับ ที่มาสาย
  • ขอโทษค่ะ รบกวนหน่อย

4. กรุณา… (Please / Kindly)

ใช้ขอร้องหรือสั่งอย่างสุภาพ
ตัวอย่าง:

  • กรุณานั่งลงครับ
  • กรุณารอสักครู่ค่ะ

5. ไม่เป็นไร ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน (It’s okay / No problem)

ใช้ตอบเมื่อใครขอโทษหรือขอบคุณ
ตัวอย่าง:

  • ขอโทษที่มาสาย
  • ไม่เป็นไรครับ / ไม่เป็นไรค่ะ

6. ช่วยหน่อยได้ไหม (Can you help me?)

ใช้ขอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ
ตัวอย่าง:

  • ช่วยบอกทางให้หน่อยได้ไหมครับ
  • ช่วยถือของให้หน่อยได้ไหมคะ

7. ขออนุญาต (May I / Excuse me)

ใช้เมื่อขออนุญาตทำสิ่งใด เช่น ผ่าน, เข้าห้อง
ตัวอย่าง:

  • ขออนุญาตผ่านนะครับ
  • ขออนุญาตเข้าไปหน่อยค่ะ

8. ยินดีที่ได้รู้จัก (Nice to meet you)

ใช้เมื่อพบใครเป็นครั้งแรก
ตัวอย่าง:

  • ยินดีที่ได้รู้จักครับ
  • ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

9. สวัสดีครับ/ค่ะ (Hello / Hi)

คำทักทายสุภาพ ใช้ได้ทุกวัน
ตัวอย่าง:

  • สวัสดีครับ คุณเป็นอย่างไรบ้าง
  • สวัสดีค่ะ

10. ลาก่อน / เจอกันใหม่ (Goodbye / See you again)

ใช้บอกลาอย่างสุภาพประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน
ตัวอย่าง:

  • ลาก่อนครับ
  • เจอกันใหม่นะคะ

11. ขอให้… (Wishing someone…)

ใช้แสดงความปรารถนาดี
ตัวอย่าง:

  • ขอให้โชคดีครับ ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน
  • ขอให้มีความสุขค่ะ ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน

12. ขออภัย (Apologize formally)

ใช้ในสถานการณ์ทางการ
ตัวอย่าง:

  • ขออภัยในความไม่สะดวกครับ
  • ขออภัยค่ะ ที่ทำให้รอนาน

13. รบกวน…หน่อยได้ไหม (Could you please…?)

ใช้ขอความช่วยเหลือหรือขอให้ทำบางสิ่งอย่างสุภาพ
ตัวอย่าง:

  • รบกวนช่วยเปิดประตูหน่อยได้ไหมครับ
  • รบกวนช่วยดูเอกสารให้หน่อยได้ไหมคะ

14. โปรด… (Please / Kindly – formal)

ใช้ในสถานการณ์ทางการหรือเอกสาร
ตัวอย่าง:

  • โปรดลงทะเบียนก่อนเข้าห้องประชุมครับ
  • โปรดระวังขั้นบันไดค่ะ

15. ขอรบกวนเวลาแป๊บนึง (May I have a moment of your time?)

ใช้ขอเวลาคนอื่นอย่างสุภาพ
ตัวอย่าง:

  • ขอรบกวนเวลาแป๊บนึงครับ
  • ขอรบกวนเวลาแป๊บนึงค่ะ

16. ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหม (Can you give me some advice?)

ใช้ถามคำแนะนำจากผู้รู้
ตัวอย่าง:

  • ช่วยแนะนำร้านอาหารอร่อยหน่อยได้ไหมครับ
  • ช่วยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวหน่อยได้ไหมคะ

17. ขออภัยที่รบกวน (Sorry for disturbing you)

ใช้เมื่อขอความช่วยเหลือหรือถามคำถาม
ตัวอย่าง:

  • ขออภัยที่รบกวนครับ
  • ขออภัยที่รบกวนค่ะ

18. ขอบคุณล่วงหน้า (Thank you in advance)

ใช้เมื่อขอความช่วยเหลือและขอบคุณก่อน
ตัวอย่าง:

  • ขอบคุณล่วงหน้าครับ
  • ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

19. กรุณารอสักครู่ (Please wait a moment)

ใช้ให้คนรออย่างสุภาพ
ตัวอย่าง:

  • กรุณารอสักครู่ครับ
  • กรุณารอสักครู่ค่ะ

20. ยินดีช่วยเหลือครับ/ค่ะ (Glad to help)

ใช้ตอบเมื่อใครขอความช่วยเหลือ
ตัวอย่าง:

  • ยินดีช่วยเหลือครับ
  • ยินดีช่วยเหลือค่ะ

21. ขอโทษที่ทำให้ไม่สะดวก (Sorry for the inconvenience)

ใช้ในสถานการณ์ทางการหรือธุรกิจ
ตัวอย่าง:

  • ขอโทษที่ทำให้ไม่สะดวกครับ
  • ขอโทษที่ทำให้ไม่สะดวกค่ะ

22. ขอให้โชคดี / ขอให้เดินทางปลอดภัย (Good luck / Safe journey)

ใช้อวยพรอย่างสุภาพ
ตัวอย่าง:

  • ขอให้โชคดีครับ
  • ขอให้เดินทางปลอดภัยค่ะ

23. รู้สึกเป็นเกียรติครับ/ค่ะ (It’s an honor)

ใช้แสดงความเคารพหรือความยินดี
ตัวอย่าง:

  • รู้สึกเป็นเกียรติครับที่ได้พบคุณ
  • รู้สึกเป็นเกียรติค่ะ

24. ถ้าสะดวก ช่วย…หน่อยได้ไหม (If convenient, could you…?)

ใช้ขอให้ทำบางสิ่งอย่างสุภาพมากขึ้น
ตัวอย่าง:

  • ถ้าสะดวก ช่วยตรวจเอกสารให้หน่อยได้ไหมครับ
  • ถ้าสะดวก ช่วยส่งข้อมูลให้หน่อยได้ไหมคะ

25. ฉันขอโทษจริง ๆ (I sincerely apologize)

ใช้ขอโทษอย่างจริงจัง
ตัวอย่าง:

  • ฉันขอโทษจริง ๆ ครับสำหรับความผิดพลาดนี้
  • ฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะ

ตัวอย่างบทสนทนาขยาย (Expanded Dialogue)

A: สวัสดีครับ
B: สวัสดีค่ะ
A: ขอรบกวนถามทางไปสถานีรถไฟหน่อยได้ไหมครับ
B: ได้ค่ะ เดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย
A: ขอบคุณล่วงหน้าครับ
B: ยินดีช่วยเหลือค่ะ
A: ขออภัยที่รบกวนเวลาคุณ
B: ไม่เป็นไรค่ะ

ทำไมต้องใช้คำลงท้าย “ครับ” และ “ค่ะ”?

คำลงท้าย “ครับ” (ผู้ชาย) และ “ค่ะ” (ผู้หญิง) ใช้ทำให้ประโยคสุภาพ แสดงความเคารพ และช่วยให้บทสนทนาฟังเป็นมิตร ใช้ได้กับการทักทาย การถามคำถาม หรือขอความช่วยเหลือ

สวัสดีสามารถใช้ได้ตลอดวันหรือไม่?

ใช่ครับ/ค่ะ แม้คนไทยจะมีคำทักทายเฉพาะช่วงเวลา เช่น สวัสดีตอนเช้า ตอนบ่าย ตอนเย็น แต่คำว่า “สวัสดี” ใช้ได้ตลอดวัน

ถ้าไม่เข้าใจประโยคควรทำอย่างไร?

คุณสามารถใช้ประโยคสุภาพเพื่อขอความช่วยเหลือ เช่น
ฉันไม่เข้าใจครับ/ค่ะ
พูดอีกครั้งได้ไหมครับ/ค่ะ
ช่วยพูดช้าหน่อยได้ไหมครับ/ค่ะ

ประโยคพื้นฐานใดควรรู้ก่อนเดินทางไปไทย?

ประโยคสำคัญ ได้แก่
ขอทางหน่อย / ช่วยบอกทางไป…
ฉันต้องการน้ำ / อาหาร
ฉันหลงทาง / ฉันต้องการความช่วยเหลือ
ขอบคุณ / ขอโทษ / กรุณา

ควรใช้ประโยคสุภาพทุกครั้งไหม?

ใช่ครับ/ค่ะ การใช้ประโยคสุภาพช่วยให้คนไทยรู้สึกเป็นมิตรและพร้อมช่วยเหลือ โดยเฉพาะกับคนที่ไม่รู้จัก

สรุป

การเรียนรู้ ประโยคสนทนาไทยพื้นฐาน เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้น ไม่ว่าจะใช้ในชีวิตประจำวัน การเดินทาง ท่องเที่ยว ร้านอาหาร หรือขอความช่วยเหลือ การรู้จักประโยคพื้นฐานและประโยคสุภาพช่วยให้การสื่อสารง่ายขึ้น ทำให้คุณเข้าใจคนไทยและทำให้คนไทยเข้าใจคุณได้ดีขึ้น

การใช้ คำลงท้ายสุภาพ “ครับ” และ “ค่ะ” การทักทาย การขอบคุณ และการขอโทษ เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้บทสนทนาดูสุภาพและเป็นมิตร

นอกจากนี้ การฝึกใช้ประโยคในสถานการณ์จริง เช่น การถามทาง การสั่งอาหาร หรือขอความช่วยเหลือ จะทำให้คุณมั่นใจและสามารถสื่อสารได้อย่างราบรื่น

About the author

admin

Leave a Comment