การซื้อของเป็นกิจกรรมที่เราทำในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออาหาร เสื้อผ้า ของใช้ หรือของฝาก การเรียนรู้ บทสนทนาซื้อของภาษาไทยง่ายๆ จะช่วยให้คุณสามารถสื่อสารกับพ่อค้าแม่ค้าได้อย่างมั่นใจ เข้าใจราคา และเลือกซื้อสินค้าได้ตรงใจ การรู้คำพูดและประโยคง่าย ๆ ไม่เพียงแต่ช่วยให้การซื้อของราบรื่น แต่ยังสร้างความประทับใจและมิตรภาพระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
สำหรับนักเรียนภาษาไทยหรือผู้ที่มาเที่ยวไทย การเรียนรู้บทสนทนาซื้อของจะทำให้คุณ เดินตลาด พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้า และสนุกกับการช้อปปิ้ง ได้อย่างมั่นใจ การใช้คำพูดง่าย ๆ ควบคู่กับรอยยิ้ม น้ำเสียงสุภาพ และท่าทางเหมาะสม จะช่วยให้การซื้อของเป็นประสบการณ์ที่สนุกและสะดวกสบาย
บทความนี้จะรวบรวม บทสนทนาซื้อของแบบง่าย ๆ พร้อมตัวอย่างการใช้จริง ตั้งแต่คำทักทาย ถามราคา ต่อรองสินค้า การเลือกซื้อ การชำระเงิน ไปจนถึงการกล่าวขอบคุณและอำลา เพื่อให้คุณสามารถฝึกพูดและนำไปใช้ได้ทันที
คำทักทายและเริ่มต้นการสนทนา (Greeting and Starting Conversation)
การทักทายและเริ่มต้นการสนทนาเป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดในการซื้อของในไทย เพราะเป็นการสร้าง ความประทับใจแรก และช่วยให้ผู้ขายรู้สึก เป็นมิตรและเต็มใจให้บริการ การทักทายที่สุภาพและเหมาะสมยังช่วยให้ผู้ซื้อรู้สึกมั่นใจและสื่อสารได้อย่างราบรื่น
1. การทักทายแบบสุภาพ
- ใช้คำทักทายพื้นฐาน เช่น “สวัสดีครับ/ค่ะ”
- เพิ่ม รอยยิ้มอ่อนโยน เพื่อสร้างความเป็นมิตร
- หากต้องการเริ่มบทสนทนาแบบเบา ๆ สามารถถามเกี่ยวกับสินค้า เช่น
- “วันนี้ขายดีไหมครับ/ค่ะ?”
- “สินค้านี้เพิ่งเข้ามาใหม่ใช่ไหมครับ/ค่ะ?”
ตัวอย่าง:
คุณ: “สวัสดีครับ วันนี้สินค้าขายดีไหมครับ?”
ผู้ขาย: “สวัสดีค่ะ วันนี้พอใช้ได้นะคะ ขอบคุณที่แวะมาชม”
2. การทักทายในตลาด vs ร้านสะดวกซื้อ
- ตลาดหรือร้านของท้องถิ่น: บรรยากาศเป็นกันเอง สามารถทักทายและถามแบบเป็นมิตร เช่น
- “สวัสดีครับ ของชิ้นนี้ขายดีไหมครับ?”
- “วันนี้อากาศดีจังเลยครับ”
- ร้านสะดวกซื้อหรือห้างสรรพสินค้า: บรรยากาศทางการมากขึ้น ใช้คำสุภาพและรอยยิ้ม เช่น
- “สวัสดีครับ/ค่ะ ขอสอบถามราคาสินค้าได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- การปรับท่าทางตามสถานที่ช่วยให้ผู้ขายรู้สึกสะดวกใจในการตอบ
3. การเริ่มถามเกี่ยวกับสินค้า
หลังจากทักทายแล้ว ผู้ซื้อมักเริ่มถามเกี่ยวกับสินค้า
- ถามราคา: “อันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ/ค่ะ?”
- ถามขนาดหรือสี: “มีสีอื่นไหมครับ/ค่ะ?” / “มีขนาดใหญ่กว่านี้ไหมครับ/ค่ะ?”
- ถามคุณภาพหรือความแตกต่าง: “อันนี้กับอันนั้นต่างกันยังไงครับ/ค่ะ?”
- การใช้คำถามง่าย ๆ แบบสุภาพช่วยให้ผู้ขายตอบได้ง่ายและชัดเจน
ตัวอย่าง:
คุณ: “อันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?”
ผู้ขาย: “อันนี้ 150 บาทครับ”
คุณ: “ถ้ามีสองชิ้น ลดได้ไหมครับ?”
4. การสร้างบรรยากาศเป็นมิตร
- รอยยิ้มและน้ำเสียงสุภาพสำคัญมาก
- การชมสินค้าหรือพูดคุยเล็ก ๆ เช่น “สีนี้สวยจังเลยครับ/ค่ะ”
- การสร้างบรรยากาศเป็นมิตรช่วยให้ผู้ขายเต็มใจตอบคำถามและอาจ ช่วยต่อรองราคาได้ง่ายขึ้น
5. การทักทายผู้ขายที่สนิทหรือร้านประจำ
- ใช้คำทักทายไม่เป็นทางการ เช่น
- “สวัสดีครับ วันนี้มีของใหม่เข้ามาไหม?”
- “หวัดดีครับ ของชิ้นนี้ขายดีไหม?”
- การสร้างความคุ้นเคยกับผู้ขายทำให้การซื้อของง่ายและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- บางครั้งผู้ขายอาจจำคุณได้ ทำให้ได้รับบริการที่ดีหรือส่วนลดเล็ก ๆ
6. เคล็ดลับเพิ่มเติม
- ฝึกพูด คำทักทายง่าย ๆ ก่อนซื้อของจริง
- ใช้ รอยยิ้ม น้ำเสียงสุภาพ และท่าทางเหมาะสม
- สังเกตพฤติกรรมผู้ขาย เช่น การพยักหน้า รอยยิ้ม หรือการชี้สินค้า เพื่อปรับการถามหรือพูดต่อ
- อย่าลืม ขอบคุณและกล่าวลา หลังซื้อของ เพื่อความสุภาพและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
การทักทายและเริ่มต้นบทสนทนาอย่างสุภาพและเป็นมิตรเป็นพื้นฐานที่ทำให้การซื้อของ ง่าย สนุก และประทับใจทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย การฝึกใช้ประโยคง่าย ๆ ในสถานการณ์จริง จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและทำให้การสื่อสารภาษาไทยเป็นเรื่องสนุก
ถามราคาและต่อรองราคา (Asking Price and Bargaining)

การถามราคาและต่อรองราคาเป็นขั้นตอนสำคัญในการซื้อของ โดยเฉพาะใน ตลาดนัด ร้านขายของท้องถิ่น หรือของที่สามารถต่อรองได้ การถามราคาอย่างสุภาพและการต่อรองอย่างเหมาะสมช่วยให้ผู้ซื้อได้รับสินค้าตรงตามความต้องการในราคาที่เหมาะสม และยังคงความสุภาพต่อผู้ขาย
1. การถามราคาอย่างสุภาพ
- ใช้คำง่าย ๆ และสุภาพ เช่น
- “อันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ/ค่ะ?”
- “ราคานี้รวมส่วนลดไหมครับ/ค่ะ?”
- ใช้น้ำเสียงอ่อนโยน รอยยิ้มเล็กน้อย เพื่อให้ผู้ขายรู้สึกเป็นมิตร
- ในร้านสะดวกซื้อหรือร้านที่ราคาตายตัว มักไม่ต่อรอง แต่ยังสามารถถามราคาได้
ตัวอย่าง:
คุณ: “สวัสดีครับ อันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?”
ผู้ขาย: “อันนี้ 120 บาทครับ”
2. การต่อรองราคาเบื้องต้น
- ใช้คำสุภาพ เช่น
- “ลดได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- “ถ้าซื้อสองชิ้น ลดได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- การต่อรองควรเริ่มจากการถามเบา ๆ ไม่กดดันผู้ขาย
- การต่อรองในตลาดเป็นเรื่องปกติ ผู้ขายมักคาดหวังให้ผู้ซื้อถาม
ตัวอย่าง:
คุณ: “อันนี้ราคา 120 บาท ใช่ไหมครับ? ลดได้ไหมครับ?” บทสนทนาซื้อของภาษาไทยง
ผู้ขาย: “โอเค ลดเหลือ 100 บาทก็ได้ครับ” บทสนทนาซื้อของภาษาไทยง
3. การเจรจาแบบสุภาพและเป็นมิตร
- การใช้ รอยยิ้ม น้ำเสียงสุภาพ และคำพูดที่เป็นมิตร จะช่วยให้ผู้ขายเต็มใจต่อรอง บทสนทนาซื้อของภาษาไทยง
- สามารถชมสินค้าก่อนต่อรอง เช่น “อันนี้สวยมากครับ/ค่ะ ถ้าลดได้คงดีเลย” บทสนทนาซื้อของภาษาไทยง
- หลีกเลี่ยงการพูดกดดันหรือใช้คำหยาบ บทสนทนาซื้อของภาษาไทยง
ตัวอย่าง:
คุณ: “เสื้อสีนี้สวยจังครับ ถ้าเอาสองตัว ลดได้ไหมครับ?” บทสนทนาซื้อของภาษาไทยง
ผู้ขาย: “เอาได้ครับ ลดเหลือ 220 บาทสองตัวครับ” บทสนทนาซื้อของภาษาไทยง
4. การถามราคาแบบเฉพาะเจาะจง
- สำหรับสินค้าหลายแบบ หลายขนาด หรือหลายสี สามารถถามแยกประเภทได้ เช่น
- “ขวดนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?” บทสนทนาซื้อของภาษาไทยง
- “ถ้าเป็นสีแดงราคาต่างกันไหมครับ?” บทสนทนาซื้อของภาษาไทยง
- “ขนาดใหญ่กว่านี้ราคาเท่าไหร่ครับ?” บทสนทนาซื้อของภาษาไทยง
ตัวอย่าง:
คุณ: “รองเท้านี้ราคาเท่าไหร่ครับ? ถ้าเป็นสีดำราคาเท่าไหร่?” บทสนทนาซื้อของภาษาไทยง
ผู้ขาย: “สีดำ 350 บาท สีขาว 300 บาทครับ” บทสนทนาซื้อของภาษาไทยง
5. เคล็ดลับการต่อรองให้ได้ผล
- สังเกตพฤติกรรมผู้ขาย: รอยยิ้มและน้ำเสียงช่วยให้รู้ว่าผู้ขายเต็มใจลดราคาหรือไม่
- ใช้คำง่าย ๆ และสุภาพ: “ลดได้ไหมครับ/ค่ะ” หรือ “ถ้าซื้อหลายชิ้น ลดได้ไหมครับ/ค่ะ”
- อย่ากดดัน: การต่อรองแบบสุภาพช่วยสร้างความประทับใจและโอกาสได้ราคาที่ดี
- เตรียมเงินให้พอดี: มีเงินทอนพอดีจะช่วยให้การจ่ายเงินสะดวก
6. ตัวอย่างบทสนทนาสำหรับถามราคาและต่อรอง
ตัวอย่าง 1 – ตลาดนัด:
คุณ: “สวัสดีครับ อันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?”
ผู้ขาย: “อันนี้ 80 บาทครับ”
คุณ: “ถ้าซื้อสองชิ้น ลดได้ไหมครับ?”
ผู้ขาย: “เอา 70 บาทต่อชิ้นก็ได้ครับ”
ตัวอย่าง 2 – ร้านของฝาก:
คุณ: “กระเป๋าใบนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?”
ผู้ขาย: “350 บาทครับ”
คุณ: “ถ้าเอาสองใบ ลดได้ไหมครับ?”
ผู้ขาย: “โอเค ลดเหลือ 300 บาทต่อใบครับ”
you may also like to read these posts;
พื้นฐานภาษาไทยสำหรับผู้เริ่มต้น: เคล็ดลับเรียนรู้ใน 7 วัน
ไวยากรณ์ไทยเบื้องต้น: เรียนรู้เร็ว เข้าใจง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น
คำศัพท์ไทยใช้บ่อย ที่คุณควรรู้ ใช้ได้ทุกวัน!
โครงสร้างประโยคภาษาไทย เข้าใจง่ายในไม่กี่นาที
การออกเสียงภาษาไทยง่ายๆ สำหรับผู้เริ่มต้น
การเลือกซื้อสินค้า (Selecting Products)
การเลือกซื้อสินค้าเป็นขั้นตอนสำคัญในการซื้อของ เพราะหลังจากที่ผู้ซื้อสนใจสินค้าที่ต้องการแล้ว การถาม รายละเอียดสินค้า คุณสมบัติ ขนาด สี และจำนวน จะช่วยให้การตัดสินใจซื้อเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจ
1. การถามรายละเอียดสินค้าอย่างละเอียด
- ใช้คำถามง่าย ๆ และสุภาพ เช่น
- “มีสีอื่นไหมครับ/ค่ะ?”
- “มีขนาดใหญ่กว่านี้ไหมครับ/ค่ะ?”
- “ชิ้นนี้ทำมาจากวัสดุอะไรครับ/ค่ะ?”
- การถามละเอียดช่วยให้คุณมั่นใจว่าซื้อสินค้าที่ตรงกับความต้องการจริง ๆ
- อย่าลืมใช้ รอยยิ้มและน้ำเสียงสุภาพ เพื่อให้ผู้ขายรู้สึกเป็นมิตร
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “รองเท้าคู่นี้มีสีดำไหมครับ?”
ผู้ขาย: “มีครับ มีไซส์ 38-42”
2. การสอบถามคุณสมบัติและคุณภาพสินค้า
- สำหรับสินค้าที่ต้องการความทนทานหรือฟังก์ชันพิเศษ สามารถถามได้ เช่น
- “กระเป๋าใบนี้กันน้ำไหมครับ/ค่ะ?”
- “ชิ้นนี้ใช้ได้นานแค่ไหนครับ/ค่ะ?”
- “ตัวนี้เหมาะกับเด็กไหมครับ/ค่ะ?”
- การถามเรื่องคุณสมบัติช่วยให้ผู้ซื้อมั่นใจว่าสินค้าตรงตามความต้องการ
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “นาฬิกาเรือนนี้กันน้ำไหมครับ?”
ผู้ขาย: “กันน้ำได้ลึก 30 เมตรครับ เหมาะกับการใส่ว่ายน้ำ”
3. การสอบถามจำนวนหรือชุดสินค้า
- หากสินค้าขายเป็นหลายชิ้น สามารถถามเรื่องชุดหรือโปรโมชั่นได้ เช่น
- “มีขายเป็นชุดไหมครับ/ค่ะ?”
- “ถ้าซื้อสองชิ้น ลดได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- การถามเรื่องจำนวนช่วยให้คุณวางแผนการซื้อและต่อรองราคาได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “ถ้าซื้อแก้ว 3 ใบ จะได้ราคาพิเศษไหมครับ?”
ผู้ขาย: “ลดเหลือ 150 บาทสำหรับ 3 ใบครับ”
4. การเปรียบเทียบสินค้า
- เมื่อมีสินค้าหลายตัว ควรเปรียบเทียบราคา คุณภาพ และคุณสมบัติ เช่น
- “ตัวนี้กับตัวนั้นต่างกันยังไงครับ/ค่ะ?”
- “อันนี้กับอันนั้นวัสดุต่างกันไหมครับ/ค่ะ?”
- การเปรียบเทียบช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้องและเหมาะสมกับงบประมาณ
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “เสื้อตัวนี้กับตัวนั้นต่างกันยังไงครับ?”
ผู้ขาย: “ตัวนี้ทำจากผ้าฝ้าย ส่วนตัวนั้นผ้าโพลีเอสเตอร์ครับ”
5. การแสดงความสนใจและตัดสินใจซื้อ
- หลังจากเลือกสินค้าแล้ว ใช้คำง่าย ๆ และสุภาพเพื่อยืนยันการซื้อ เช่น
- “เอาอันนี้ครับ/ค่ะ”
- “ขออันนี้สีแดงครับ/ค่ะ”
- การพูดชัดเจนช่วยให้ผู้ขายเตรียมสินค้าได้ทันที
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “ขอเสื้อตัวนี้สีฟ้าครับ”
ผู้ขาย: “ได้ครับ เดี๋ยวผมหยิบให้”
6. เคล็ดลับเพิ่มเติมในการเลือกซื้อสินค้า
- สังเกตรายละเอียดสินค้า: วัสดุ สี ขนาด และคุณภาพ
- ถามอย่างสุภาพ: ใช้คำง่าย ๆ เช่น “ขอดูตัวอย่างได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- เปรียบเทียบหลายแบบ: ถ้ามีสินค้าหลายตัว ควรถามข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบ
- สร้างบรรยากาศเป็นมิตร: รอยยิ้ม น้ำเสียงอ่อนโยน และการชมสินค้าช่วยให้ผู้ขายเต็มใจให้ข้อมูล
- สังเกตโปรโมชั่นหรือส่วนลด: หากซื้อหลายชิ้น สามารถถามเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม
7. ตัวอย่างบทสนทนาเต็ม
ตัวอย่าง 1 – ตลาดท้องถิ่น:
คุณ: “เสื้อตัวนี้มีสีอื่นไหมครับ?”
ผู้ขาย: “มีสีแดงและสีน้ำเงินครับ”
คุณ: “ขอสีแดงไซส์ M ครับ”
ผู้ขาย: “ได้ครับ เดี๋ยวผมหยิบให้”
ตัวอย่าง 2 – ร้านของฝาก:
คุณ: “แก้วนี้ขายใบเดียวหรือเป็นชุดครับ?”
ผู้ขาย: “ขายได้ทั้งสองแบบครับ ถ้าซื้อ 4 ใบ ลดเหลือ 180 บาทครับ”
คุณ: “เอา 4 ใบครับ ขอบคุณครับ”
การขอทดลองสินค้า (Requesting to Try Products)
การขอทดลองสินค้าก่อนซื้อเป็นขั้นตอนสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับสินค้าที่ต้อง ลองสวมใส่หรือทดสอบก่อนตัดสินใจซื้อ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง หรือของใช้ในบ้าน การขอทดลองสินค้าอย่างสุภาพช่วยให้ผู้ซื้อมั่นใจว่าสินค้าตรงตามความต้องการ และยังคงมารยาทที่ดีต่อผู้ขาย
1. ทำไมต้องขอทดลองสินค้า
- เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าตรงตามความต้องการ เช่น ขนาดพอดี สีถูกใจ หรือใช้งานได้ตามคุณสมบัติ
- ลดความเสี่ยงซื้อสินค้าที่ไม่พอใจ
- สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ผู้ขายจะรู้สึกผู้ซื้อสุภาพและใส่ใจสินค้า
2. การขอทดลองสินค้าแบบทั่วไป
- ใช้ประโยคง่าย ๆ และสุภาพ เช่น
- “ขอลองอันนี้ได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- “ขอทดลองใส่อันนี้หน่อยได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- ยิ้มและพูดน้ำเสียงอ่อนโยนเพื่อให้ผู้ขายรู้สึกเป็นมิตร
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “ขอลองเสื้อตัวนี้ได้ไหมครับ?”
ผู้ขาย: “ได้เลยครับ ห้องลองอยู่ทางโน้นครับ”
3. การขอทดลองสินค้าแบบเฉพาะเจาะจง
- สำหรับสินค้าที่ต้องทดสอบเฉพาะส่วน สามารถถามให้ชัดเจน เช่น
- “ขอรองเท้าคู่นี้ไซส์ 39 ลองใส่ได้ไหมครับ?”
- “ขอแปรงแต่งหน้าอันนี้ลองกับผิวของฉันได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- “ขอลองชิมช็อกโกแลตหน่อยได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- การถามเฉพาะเจาะจงช่วยให้ผู้ขายเตรียมสินค้าหรืออุปกรณ์ให้เหมาะสม
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “ขอรองเท้าคู่นี้ไซส์ 40 ลองใส่หน่อยได้ไหมครับ?”
ผู้ขาย: “ได้เลยครับ เดี๋ยวผมหยิบให้”
4. การทดลองสินค้าอย่างสุภาพ
- ทดลองสินค้าด้วย ความระมัดระวัง ไม่ทำให้สินค้าเสียหาย
- หลังทดลองเสร็จ ควรกล่าวขอบคุณ เช่น
- “ขอบคุณครับ/ค่ะ สวมใส่สบายมากครับ/ค่ะ”
- “ขอบคุณครับ/ค่ะ รสชาติอร่อยดีครับ/ค่ะ”
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “ขอบคุณครับ สวมใส่สบายมากครับ”
ผู้ขาย: “ยินดีครับ ดีใจที่ชอบ”
5. การขอทดลองสินค้าในร้านของฝากหรือเครื่องใช้
- สำหรับสินค้าอย่างแก้วน้ำ เครื่องชงกาแฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า สามารถขอทดลองใช้งานเบื้องต้นได้ เช่น
- “ขอทดสอบเครื่องปั่นหน่อยได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- “ขอเปิดดูคุณสมบัติของโทรศัพท์เครื่องนี้ได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- การถามแบบสุภาพและยิ้มช่วยให้ผู้ขายเต็มใจให้ทดลอง
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “ขอทดสอบเครื่องปั่นอันนี้หน่อยได้ไหมครับ?”
ผู้ขาย: “ได้เลยครับ เดี๋ยวผมเปิดสาธิตให้”
6. การทดลองสินค้าก่อนต่อรองราคา
- การลองสินค้าให้รู้สึกพอใจช่วยให้คุณ ต่อรองราคาได้อย่างมั่นใจ
- ตัวอย่าง: “ขอลองเสื้อตัวนี้ก่อน ถ้าพอดีผมจะเอาอันนี้ครับ”
- ผู้ขายมักเต็มใจให้ทดลองหากคุณพูดสุภาพและจริงใจ
7. เคล็ดลับสำคัญในการขอทดลองสินค้า
- พูดสุภาพเสมอ: เช่น “ขอลองได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- ระมัดระวังสินค้า: อย่าทำสินค้าเสียหาย
- ขอบคุณผู้ขาย: หลังทดลองเสร็จ ควรกล่าวขอบคุณและยิ้ม
- ถามให้ชัดเจน: ระบุสี ขนาด หรือคุณสมบัติที่ต้องการทดลอง
- ใช้รอยยิ้มและน้ำเสียงเป็นมิตร: ทำให้ผู้ขายเต็มใจให้ทดลองและบริการดี
8. ตัวอย่างบทสนทนาฉบับเต็ม
ตัวอย่าง 1 – เสื้อผ้าในตลาด:
คุณ: “ขอลองเสื้อตัวนี้ไซส์ M ได้ไหมครับ?”
ผู้ขาย: “ได้เลยครับ ห้องลองอยู่ทางโน้นครับ”
คุณ: “ขอบคุณครับ สวมใส่พอดีมากครับ”
ผู้ขาย: “ดีใจที่ชอบครับ”
ตัวอย่าง 2 – ของใช้ไฟฟ้า:
คุณ: “ขอทดสอบเครื่องชงกาแฟอันนี้หน่อยได้ไหมครับ?”
ผู้ขาย: “ได้เลยครับ เดี๋ยวผมเปิดสาธิตให้”
คุณ: “ขอบคุณครับ ทำงานได้ดีมากครับ”
ผู้ขาย: “ยินดีครับ”
ตัวอย่าง 3 – ของกินหรือเครื่องดื่ม:
คุณ: “ขอชิมช็อกโกแลตหน่อยได้ไหมครับ/ค่ะ?”
ผู้ขาย: “ได้เลยครับ ลองชิมดูครับ”
คุณ: “อร่อยมากครับ ขอบคุณครับ”
การชำระเงิน (Making Payment)
การชำระเงินเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อของ การรู้คำพูดและบทสนทนาที่ใช้ในสถานการณ์จ่ายเงินจะช่วยให้การซื้อของ ราบรื่น สะดวก และสุภาพ ไม่ว่าจะซื้อของในตลาด ร้านท้องถิ่น ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านของฝาก
1. การสอบถามวิธีการชำระเงิน
- ก่อนจ่ายเงิน ควรถามว่าร้านรับชำระเงินแบบไหน
- ประโยคง่าย ๆ และสุภาพ เช่น
- “ร้านรับบัตรเครดิตไหมครับ/ค่ะ?”
- “จ่ายเงินสดได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- “ร้านรับ TrueMoney Wallet หรือ PromptPay ไหมครับ/ค่ะ?”
- การถามล่วงหน้าช่วยให้ผู้ซื้อเตรียมเงินหรือบัตรได้ทันที และลดความสับสน
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “ขอโทษครับ ร้านรับบัตรเครดิตไหมครับ?”
ผู้ขาย: “รับครับ แต่ขั้นต่ำ 200 บาทนะครับ”
2. การยื่นเงินและแจ้งจำนวน
- ใช้คำง่าย ๆ เพื่อแจ้งการจ่ายเงิน เช่น
- “นี่ครับ/ค่ะ” (เมื่อยื่นเงิน)
- “รวมทั้งหมดกี่บาทครับ/ค่ะ?”
- การพูดสุภาพช่วยให้การจ่ายเงินเป็นเรื่องง่ายและไม่เกิดความสับสน
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “รวมทั้งหมดกี่บาทครับ?”
ผู้ขาย: “รวม 250 บาทครับ”
คุณ: “นี่ครับ 250 บาท”
3. การขอใบเสร็จหรือสลิป
- หากต้องการใบเสร็จ สามารถถามได้สุภาพ เช่น
- “ขอใบเสร็จได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- “สามารถออกใบเสร็จให้หน่อยได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- การขอใบเสร็จเป็นเรื่องปกติในร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของใหญ่ หรือร้านของฝาก
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “ขอใบเสร็จด้วยครับ”
ผู้ขาย: “ได้เลยครับ เดี๋ยวพิมพ์ให้”
4. การตรวจสอบเงินทอน
- หลังจากจ่ายเงิน ผู้ซื้อควร ตรวจสอบเงินทอน อย่างสุภาพ
- ประโยคง่าย ๆ เช่น
- “นี่เงินทอนครบไหมครับ/ค่ะ?”
- “ขอบคุณครับ/ค่ะ” หลังรับเงินทอน
- การตรวจสอบอย่างสุภาพช่วยป้องกันความเข้าใจผิด
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “นี่เงินทอนครบไหมครับ?”
ผู้ขาย: “ครบครับ 50 บาทครับ”
คุณ: “ขอบคุณครับ”
5. การชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสด
- ร้านหลายแห่งในไทยรับ PromptPay, QR Code, Mobile Banking
- ประโยคที่ใช้ได้ เช่น
- “ขอจ่ายผ่าน QR Code ได้ไหมครับ/ค่ะ?”
- “ผม/ฉันจะโอนเงินผ่านแอปครับ/ค่ะ”
- การถามอย่างสุภาพช่วยให้การจ่ายเงินง่ายและสะดวก
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “ขอจ่ายผ่าน QR Code ได้ไหมครับ?”
ผู้ขาย: “ได้ครับ สแกนตรงนี้เลยครับ”
คุณ: “โอเค ขอบคุณครับ”
6. การกล่าวขอบคุณและอำลา
- หลังจากชำระเงิน ควรกล่าวขอบคุณและอำลาอย่างสุภาพ
- ตัวอย่างคำพูดง่าย ๆ
- “ขอบคุณมากครับ/ค่ะ”
- “สวัสดีครับ/ค่ะ พบกันใหม่ครับ/ค่ะ”
- การแสดงความสุภาพช่วยสร้างความประทับใจและความสัมพันธ์ที่ดี
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ”
ผู้ขาย: “ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ”
7. เคล็ดลับสำคัญในการชำระเงิน
- เตรียมเงินหรือวิธีการจ่ายล่วงหน้า เพื่อลดความล่าช้า
- พูดสุภาพเสมอ: ใช้คำง่าย ๆ เช่น “นี่ครับ/ค่ะ” และ “ขอบคุณครับ/ค่ะ”
- ตรวจสอบเงินทอนหรือใบเสร็จ อย่างสุภาพ
- ยิ้มและกล่าวลา เพื่อสร้างความประทับใจ
- สำหรับร้านที่รับจ่ายผ่าน QR หรือบัตร: สแกนและตรวจสอบจำนวนเงินก่อนกดยืนยัน
8. ตัวอย่างบทสนทนาฉบับเต็ม
ตัวอย่าง 1 – ตลาดท้องถิ่น:
คุณ: “รวมทั้งหมดกี่บาทครับ?”
ผู้ขาย: “รวม 180 บาทครับ”
คุณ: “นี่ครับ 200 บาท”
ผู้ขาย: “เงินทอน 20 บาทครับ”
คุณ: “ขอบคุณครับ”
ผู้ขาย: “ยินดีครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ”
ตัวอย่าง 2 – ร้านของฝาก:
คุณ: “ขอจ่ายด้วยบัตรเครดิตได้ไหมครับ?”
ผู้ขาย: “ได้ครับ แต่ขั้นต่ำ 200 บาทนะครับ”
คุณ: “โอเคครับ ขอบคุณครับ”
ผู้ขาย: “ขอบคุณครับ นี่ใบเสร็จครับ”
ตัวอย่าง 3 – ร้านสะดวกซื้อ:
คุณ: “ขอจ่ายผ่าน QR Code ได้ไหมครับ?”
ผู้ขาย: “ได้เลยครับ สแกนตรงนี้”
คุณ: “โอเคครับ ขอบคุณครับ”
ผู้ขาย: “ขอบคุณครับ มีวันที่ดีนะครับ”
การกล่าวขอบคุณและอำลา (Expressing Thanks and Saying Goodbye)
การกล่าวขอบคุณและอำลาเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากซื้อของ การพูดอย่างสุภาพและเป็นมิตรไม่เพียงช่วยสร้างความประทับใจต่อผู้ขาย แต่ยังสะท้อนถึง มารยาทและความสุภาพของผู้ซื้อ ทำให้การซื้อของเป็นประสบการณ์ที่ดีและน่าจดจำ
1. ทำไมต้องกล่าวขอบคุณและอำลา
- แสดงความสุภาพและให้เกียรติผู้ขาย
- สร้างความประทับใจ ทำให้ผู้ขายเต็มใจให้บริการในครั้งต่อไป
- ส่งเสริมบรรยากาศที่เป็นมิตรระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
2. การกล่าวขอบคุณเบื้องต้น
- หลังจากได้รับสินค้าและชำระเงิน ใช้คำง่าย ๆ และสุภาพ เช่น
- “ขอบคุณมากครับ/ค่ะ”
- “ขอบคุณครับ/ค่ะ สำหรับบริการดี ๆ”
- ใช้ รอยยิ้มและน้ำเสียงเป็นมิตร เพื่อสร้างบรรยากาศเป็นกันเอง
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “ขอบคุณมากครับ สำหรับบริการดี ๆ”
ผู้ขาย: “ยินดีครับ ดีใจที่คุณพอใจ”
3. การกล่าวลาอย่างสุภาพ
- การกล่าวลาแสดงถึงมารยาทที่ดีและความสุภาพ
- ประโยคง่าย ๆ เช่น
- “สวัสดีครับ/ค่ะ พบกันใหม่ครับ/ค่ะ”
- “แล้วเจอกันใหม่ครับ/ค่ะ”
- การกล่าวลาอย่างสุภาพช่วยสร้างความประทับใจและทำให้ผู้ขายรู้สึกดี
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “สวัสดีครับ พบกันใหม่ครับ”
ผู้ขาย: “ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ”
4. การกล่าวขอบคุณเฉพาะเจาะจง
- หากผู้ขายช่วยเลือกสินค้า ให้คำแนะนำ หรือห่อของ สามารถกล่าวขอบคุณเฉพาะเจาะจงได้ เช่น
- “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ/ค่ะ”
- “ขอบคุณที่ช่วยเลือกสินค้าให้ครับ/ค่ะ”
- “ขอบคุณที่ห่อของให้ครับ/ค่ะ”
- การขอบคุณเฉพาะเจาะจงทำให้ผู้ขายรู้สึกมีคุณค่าและประทับใจ
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยเลือกของให้”
ผู้ขาย: “ยินดีครับ ดีใจที่คุณชอบ”
5. การใช้รอยยิ้มและน้ำเสียงเป็นมิตร
- การแสดงความสุภาพและมิตรภาพด้วยรอยยิ้มช่วยสร้างความประทับใจ
- น้ำเสียงอ่อนโยนร่วมกับคำพูดง่าย ๆ เช่น “ขอบคุณครับ/ค่ะ” ทำให้บทสนทนาเป็นมิตร
6. การกล่าวลาในร้านค้าประเภทต่าง ๆ
- ตลาดท้องถิ่น: ใช้คำเป็นมิตร เช่น “ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ”
- ร้านสะดวกซื้อ: ใช้คำสุภาพมาตรฐาน เช่น “ขอบคุณครับ สวัสดีครับ”
- ร้านของฝากหรือห้างสรรพสินค้า: ใช้คำสุภาพพร้อมรอยยิ้ม เช่น “ขอบคุณมากครับ พบกันใหม่ครับ”
7. การกล่าวขอบคุณซ้ำเมื่อมีบริการพิเศษ
- หากผู้ขายทำสิ่งพิเศษให้ เช่น ห่อของ ให้คำแนะนำ หรือช่วยยกของ สามารถกล่าวขอบคุณซ้ำได้
- ตัวอย่าง:
- “ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยห่อของให้”
- “ขอบคุณครับ สำหรับคำแนะนำเพิ่มเติม”
ตัวอย่างบทสนทนา:
คุณ: “ขอบคุณครับ ที่ช่วยห่อของให้”
ผู้ขาย: “ยินดีครับ ดีใจที่คุณพอใจ”
8. การกล่าวลาแบบไม่เป็นทางการแต่สุภาพ
- ใช้ได้ในตลาดหรือร้านท้องถิ่น
- ตัวอย่าง:
- “แล้วเจอกันใหม่ครับ/ค่ะ”
- “โชคดีนะครับ/ค่ะ”
- การกล่าวลาแบบไม่เป็นทางการช่วยสร้างความเป็นมิตรและใกล้ชิด
9. การแสดงความสุภาพด้วยภาษากาย
- พยักหน้าหรือโบกมือเป็นมิตร
- ยิ้มพร้อมคำพูด เช่น “ขอบคุณครับ”
- ภาษากายช่วยเสริมความสุภาพและสร้างความประทับใจ
10. เคล็ดลับสำคัญในการกล่าวขอบคุณและอำลา
- พูดสุภาพเสมอ: ใช้คำง่าย ๆ เช่น ขอบคุณ, สวัสดี, เจอกันใหม่
- ยิ้มและใช้รอยยิ้ม: สร้างความเป็นมิตร
- กล่าวขอบคุณเฉพาะเจาะจง: หากผู้ขายช่วยเหลือหรือบริการพิเศษ
- กล่าวลาอย่างชัดเจน: เพื่อให้ผู้ขายรู้ว่าบทสนทนาสิ้นสุดลงอย่างสุภาพ
- รักษามารยาทตลอดเวลา: แม้ในร้านเล็ก ๆ การแสดงความสุภาพสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
11. ตัวอย่างบทสนทนาฉบับเต็ม
ตัวอย่าง 1 – ตลาดท้องถิ่น:
คุณ: “ขอบคุณครับ สำหรับบริการดี ๆ”
ผู้ขาย: “ยินดีครับ ดีใจที่คุณพอใจ”
คุณ: “สวัสดีครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ”
ผู้ขาย: “ขอบคุณครับ เจอกันใหม่ครับ”
ตัวอย่าง 2 – ร้านของฝาก:
คุณ: “ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยเลือกของให้”
ผู้ขาย: “ยินดีครับ ดีใจที่คุณชอบ”
คุณ: “ขอบคุณครับ สวัสดีครับ”
ผู้ขาย: “ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ”
ตัวอย่าง 3 – ร้านสะดวกซื้อ:
คุณ: “ขอบคุณครับ”
ผู้ขาย: “ยินดีครับ”
คุณ: “สวัสดีครับ”
ผู้ขาย: “สวัสดีครับ”
ตัวอย่าง 4 – ร้านที่มีบริการห่อของหรือคำแนะนำพิเศษ:
คุณ: “ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยห่อของให้”
ผู้ขาย: “ยินดีครับ ดีใจที่คุณพอใจ”
คุณ: “ขอบคุณครับ แล้วเจอกันใหม่ครับ”
ผู้ขาย: “ขอบคุณครับ พบกันใหม่ครับ”
ตัวอย่าง 5 – ร้านท้องถิ่นแบบไม่เป็นทางการ:
คุณ: “ขอบคุณครับ โชคดีนะครับ”
ผู้ขาย: “ขอบคุณครับ เจอกันใหม่ครับ”
บทสนทนาตัวอย่างเพิ่มเติม (More Sample Conversations)

1. การทักทายและเริ่มบทสนทนา
คุณ: “สวัสดีครับ/ค่ะ”
ผู้ขาย: “สวัสดีครับ/ค่ะ ยินดีต้อนรับครับ/ค่ะ”
คุณ: “ขอโทษครับ/ค่ะ สินค้านี้ราคาเท่าไหร่ครับ/ค่ะ?”
ผู้ขาย: “อันนี้ 120 บาทครับ/ค่ะ”
คุณ: “ขอบคุณครับ/ค่ะ”
2. การถามราคาและต่อรองราคา
คุณ: “ราคานี้ลดได้ไหมครับ/ค่ะ?”
ผู้ขาย: “ลดได้ 10 บาทครับ/ค่ะ”
คุณ: “โอเคครับ/ค่ะ ขอบคุณครับ/ค่ะ”
คุณ: “ถ้าเอาสองชิ้น ลดได้เท่าไหร่ครับ/ค่ะ?”
ผู้ขาย: “ได้ครับ ลดเหลือ 220 บาทสำหรับสองชิ้นครับ/ค่ะ”
3. การเลือกซื้อสินค้า
คุณ: “ขอสีแดงอันนี้ได้ไหมครับ/ค่ะ?”
ผู้ขาย: “มีครับ/ค่ะ นี่ครับ/ค่ะ”
คุณ: “ขอไซส์ M ลองสวมได้ไหมครับ/ค่ะ?”
ผู้ขาย: “ได้เลยครับ/ค่ะ ห้องลองอยู่ทางโน้นครับ/ค่ะ”
คุณ: “ขอบคุณครับ/ค่ะ พอดีมากครับ/ค่ะ”
4. การขอทดลองสินค้า
คุณ: “ขอลองรองเท้าคู่นี้ไซส์ 39 ได้ไหมครับ/ค่ะ?”
ผู้ขาย: “ได้ครับ/ค่ะ เดี๋ยวผมหยิบให้”
คุณ: “ขอบคุณครับ/ค่ะ ใส่สบายมากครับ/ค่ะ”
ผู้ขาย: “ดีใจที่คุณชอบครับ/ค่ะ”
ตัวอย่างสำหรับสินค้ากินได้
คุณ: “ขอชิมช็อกโกแลตหน่อยได้ไหมครับ/ค่ะ?”
ผู้ขาย: “ได้เลยครับ/ค่ะ ลองชิมดูครับ/ค่ะ”
คุณ: “อร่อยมากครับ/ค่ะ ขอบคุณครับ/ค่ะ”
5. การขอคำแนะนำจากผู้ขาย
คุณ: “คุณช่วยแนะนำขนมไทยอร่อย ๆ ให้หน่อยได้ไหมครับ/ค่ะ?”
ผู้ขาย: “ได้ครับ/ค่ะ ผมแนะนำขนมทองหยิบกับขนมฝอยทองครับ/ค่ะ”
คุณ: “โอเคครับ/ค่ะ ผม/ฉันเอาอันนี้ครับ/ค่ะ”
6. การชำระเงิน (เงินสด, QR, บัตร)
เงินสด
คุณ: “รวมทั้งหมดกี่บาทครับ/ค่ะ?”
ผู้ขาย: “รวม 180 บาทครับ/ค่ะ”
คุณ: “นี่ครับ/ค่ะ 200 บาท”
ผู้ขาย: “เงินทอน 20 บาทครับ/ค่ะ”
คุณ: “ขอบคุณครับ/ค่ะ”
QR Code / PromptPay
คุณ: “ขอจ่ายผ่าน QR Code ได้ไหมครับ/ค่ะ?”
ผู้ขาย: “ได้เลยครับ/ค่ะ สแกนตรงนี้ครับ/ค่ะ”
คุณ: “โอเคครับ/ค่ะ ขอบคุณครับ/ค่ะ”
บัตรเครดิต / เดบิต
คุณ: “ขอจ่ายด้วยบัตรเครดิตได้ไหมครับ/ค่ะ?”
ผู้ขาย: “ได้ครับ/ค่ะ แต่ขั้นต่ำ 200 บาทนะครับ/ค่ะ”
คุณ: “โอเคครับ/ค่ะ ขอบคุณครับ/ค่ะ”
7. การขอใบเสร็จ
คุณ: “ขอใบเสร็จด้วยครับ/ค่ะ”
ผู้ขาย: “ได้เลยครับ/ค่ะ เดี๋ยวพิมพ์ให้”
คุณ: “ขอบคุณครับ/ค่ะ”
8. การกล่าวขอบคุณและอำลา
คุณ: “ขอบคุณมากครับ/ค่ะ สำหรับบริการดี ๆ”
ผู้ขาย: “ยินดีครับ/ค่ะ ดีใจที่คุณพอใจ”
คุณ: “สวัสดีครับ/ค่ะ แล้วเจอกันใหม่ครับ/ค่ะ”
ผู้ขาย: “ขอบคุณครับ/ค่ะ พบกันใหม่ครับ/ค่ะ”
ตัวอย่างร้านที่ให้บริการพิเศษ
คุณ: “ขอบคุณมากครับ/ค่ะ ที่ช่วยห่อของให้”
ผู้ขาย: “ยินดีครับ/ค่ะ ดีใจที่คุณพอใจ”
คุณ: “ขอบคุณครับ/ค่ะ แล้วเจอกันใหม่ครับ/ค่ะ”
ผู้ขาย: “ขอบคุณครับ/ค่ะ พบกันใหม่ครับ/ค่ะ”
ตัวอย่างไม่เป็นทางการในตลาดท้องถิ่น
คุณ: “ขอบคุณครับ/ค่ะ โชคดีนะครับ/ค่ะ”
ผู้ขาย: “ขอบคุณครับ/ค่ะ เจอกันใหม่ครับ/ค่ะ”
9. ตัวอย่างบทสนทนาฉบับสมบูรณ์ (ครบทุกขั้นตอน)
คุณ: “สวัสดีครับ/ค่ะ สินค้านี้ราคาเท่าไหร่ครับ/ค่ะ?”
ผู้ขาย: “อันนี้ 150 บาทครับ/ค่ะ”
คุณ: “ขอลองตัวนี้ได้ไหมครับ/ค่ะ?”
ผู้ขาย: “ได้ครับ/ค่ะ ห้องลองอยู่ทางโน้นครับ/ค่ะ”
คุณ: “ขอบคุณครับ/ค่ะ ใส่พอดีมากครับ/ค่ะ ผม/ฉันเอาอันนี้ครับ/ค่ะ”
ผู้ขาย: “ดีใจที่คุณชอบครับ/ค่ะ”
คุณ: “รวมทั้งหมดกี่บาทครับ/ค่ะ?”
ผู้ขาย: “รวม 150 บาทครับ/ค่ะ”
คุณ: “นี่ครับ/ค่ะ 150 บาท ขอบคุณครับ/ค่ะ”
ผู้ขาย: “เงินทอน 0 บาทครับ/ค่ะ”
คุณ: “ขอบคุณมากครับ/ค่ะ สำหรับบริการดี ๆ สวัสดีครับ/ค่ะ แล้วเจอกันใหม่ครับ/ค่ะ”
ผู้ขาย: “ขอบคุณครับ/ค่ะ พบกันใหม่ครับ/ค่ะ”
บทสนทนาซื้อของภาษาไทยง่ายๆ คืออะไร?
เป็นบทสนทนาที่ใช้ในชีวิตประจำวันสำหรับการซื้อขาย เช่น ซื้อของในตลาด ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านอาหาร โดยใช้คำศัพท์ง่าย ๆ และประโยคสั้น ๆ เข้าใจง่าย
ตัวอย่างประโยคง่ายๆ ที่ใช้ซื้อของมีอะไรบ้าง?
“สวัสดีครับ/ค่ะ ราคาเท่าไหร่ครับ/คะ?”
“ขอซื้อ 1 ชิ้นครับ/ค่ะ”
“รับเงินสดหรือบัตรเครดิตครับ/คะ?”
“ขอบคุณครับ/ค่ะ”
ควรใช้คำว่าอะไรเวลาขอความช่วยเหลือ?
ใช้คำว่า “ช่วยหน่อยได้ไหมครับ/คะ?” หรือ “ขอโทษครับ/ค่ะ” ก่อนถาม จะสุภาพมากขึ้น
ภาษาไทยซื้อของต้องใช้คำศัพท์เฉพาะอะไรบ้าง?
คำศัพท์ที่มักใช้ เช่น
ราคา = Price
บาท = Baht
ชิ้น = Piece
ซื้อ = Buy
ขาย = Sell
วิธีฝึกบทสนทนาซื้อของภาษาไทยง่ายๆ คืออะไร?
ฝึกพูดประโยคสั้น ๆ ทุกวัน
ฟังบทสนทนาไทยในร้านค้า
ลองจำลองสถานการณ์ซื้อของกับเพื่อน
บทสรุป: บทสนทนาซื้อของภาษาไทยง่ายๆ
บทสนทนาซื้อของภาษาไทยแบบง่าย ๆ ช่วยให้ผู้เรียนหรือผู้มาเที่ยวในประเทศไทยสามารถสื่อสารได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการถามราคา ขอซื้อสินค้า หรือขอความช่วยเหลือจากพนักงานร้านค้า การใช้ประโยคสั้น ๆ ที่สุภาพ เช่น “ครับ/ค่ะ” จะช่วยให้การสื่อสารราบรื่นและเป็นมิตร การฝึกพูดเป็นประจำจะทำให้คุณคุ้นเคยกับคำศัพท์และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในสถานการณ์ซื้อของที่ต้องพบเจออยู่เสมอ.
